สถานการณ์ปัจจุบัน : สถานการณ์วิกฤตระดับ 3 ตั้งแต่วันอังคารที่ 11 กันยายน  2550 เวลาทำการ  24  ชั่วโมง

 
 

 


            ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

                  โทรศัพท์  0-2243-6956, 0-2241-3350,0-2243-1098 โทรสาร 0-2243-6956, 0-2241-3350,0-2243-1098

                        http://www.rid.go.th/flood , www.kromchol.com, E-mail : rid_flood@yahoo.com  สายด่วน 1460

  _________________________________________________________

   สรุปสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2550

                                                      วันอังคารที่  11 กันยายน พ.ศ. 2550  

 

 1.สภาพภูมิอากาศ

 


 

 ร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในอ่าวตังเกี๋ย ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ต่อเนื่องไปอีก 1-2 วัน (11-12 ก.ย.) ขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ลาดเชิงเขา และใกล้ทางน้ำไหลผ่านโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย ชัยภูมิ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในระยะนี้   สำหรับ ระดับน้ำในลุ่มน้ำป่าสักน้ำได้ไหลเข้าท่วมที่อำเภอหล่มสักแล้ว และคาดว่าจะไหลเข้าท่วม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ในระยะ 1-2 วันนี้ (11-12 ก.ย.) ส่วนลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำกก บริเวณจังหวัดน่านและเชียงรายมีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในระยะ 1-2 วันนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันไว้ด้วย

2.สภาพฝน

ปริมาณฝนสูงสุดรายภาค ตั้งแต่ 07.00 น.วันที่ 10 กันยายน 2550 จนถึง 07.00 น.วันที่ 11 กันยายน  2550 มีดังนี้

ภาคเหนือ                       ที่ อ.ทุ่งช้าง  จ.น่าน                                    92.2    มม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ที่ อ.เมือง จ. บุรีรัมย์                                   41.0    มม.

ภาคกลาง                       ที่ สนามบินดอนเมือง  กทม.                        34.8    มม.

ภาคตะวันออก                ที่ อ.เมือง  จ.จันทรบุรี                                77.9    มม.

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก         ที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี                             62.6   มม.

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก              ที่ อ.ตะกั่วป่า  จ.พังงา                            25.1       มม.

3.สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ

สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ (11 กันยายน 2550) มีปริมาตรน้ำในอ่างฯทั้งหมด 49,959 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็นร้อยละ 73  ของความจุอ่างฯทั้งหมด น้อยกว่าปี 2549 (56,048  ล้านลูกบาศก์เมตร) จำนวน 6,089 ล้านลูกบาศก์เมตร   คิดเป็น ร้อยละ  9

อ่างเก็บน้ำภูมิพลและอ่างเก็บน้ำสิริกิติ์มีปริมาตรน้ำในอ่างฯทั้งหมด 8,769 และ 6,343 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ หรือคิดเป็นร้อยละ 65 และ 67 ของความจุอ่างฯทั้งหมด ตามลำดับ โดยมีปริมาตรน้ำทั้งสองอ่างฯรวมกันจำนวน 15,112 ล้านลูกบาศก์เมตร

              สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ น้อยกว่า 30 % ของความจุอ่างฯ มีจำนวน 4 อ่าง ได้แก่

1) อ่างเก็บน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาตรน้ำในอ่าง 45 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 17 ของความจุอ่างฯ

2) อ่างเก็บน้ำลำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีปริมาตรน้ำในอ่าง   30 ล้านลูกบาศก์เมตร   คิดเป็นร้อยละ  25 ของความจุอ่างฯ

3) อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่าง 280 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็นร้อยละ 29 ของความจุอ่างฯ

4) อ่างเก็บน้ำทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี  มีปริมาตรน้ำในอ่าง 37 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็นร้อยละ 23 ของความจุอ่างฯ

            สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ มากกว่า 80 % ของความจุอ่างฯ มีจำนวน 5 อ่าง ได้แก่

1) อ่างเก็บน้ำลำปาว จังหวัดกาฬสินธ์  มีปริมาตรน้ำในอ่าง 1,287 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ  90  ของความจุอ่างฯ

2) อ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี มีปริมาตรน้ำในอ่าง 15,140 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ  85  ของความจุอ่างฯ

3) อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จังหวัดระยอง มีปริมาตรน้ำในอ่าง 137  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ  83 ของความจุอ่างฯ

4) อ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง  มีปริมาตรน้ำในอ่าง 208 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ  84 ของความจุอ่างฯ

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องติดตามและเฝ้าระวัง มีดังนี้

 

4. สภาพน้ำท่า

แม่น้ำปิง ที่สถานี P.1 สะพานนวรัฐ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณน้ำไหล ผ่าน 54 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 440 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ  แนวโน้มเพิ่มขึ้น

สถานี P.2A บ้านท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดตาก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 318 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 1,830 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น

ที่ สถานี  W.4A บ้านวังหมัน อำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  (ความจุ 316 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มลดลง

แม่น้ำวัง  ที่สถานี  W.1C ที่สะพานเสตุวารี  อำเภอเมือง  จังหวัดลำปาง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน  17 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มลดลง

แม่น้ำยม ที่สถานี Y.1C ที่สะพานบ้านน้ำโค้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์น้อย  แนวโน้มมากขึ้น

สถานี Y.4 ที่ตลาดธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย  มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 224.9 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  (ความจุ 520 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ) อยู่ในเกณฑ์ปกติ  แนวโน้มลดลง

สถานี Y.16 บ้านบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 302.8 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  (ความจุ 308 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ) อยู่ในเกณฑ์น้ำมาก  ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.49  เมตร (ระดับตลิ่ง  7.17 ม.) แนวโน้มเพิ่มขึ้น

สถานี Y.17 บ้านสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 236.8 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  (ความจุ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ) อยู่ในเกณฑ์ปกติ  แนวโน้มลดลง 

แม่น้ำน่าน โดยที่สถานี  N.5A ที่สะพานเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 385 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มลดลง

สถานี N.24A ที่บ้านวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 159 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ  แนวโน้มเพิ่มขึ้น 

.สถานี N.8A ที่บ้านบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 816.7 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 1,230 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น

สถานี N.67 สะพานบ้านเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,019  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 1,370 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์มาก  แนวโน้มเพิ่มขึ้น

สถานีวัดน้ำ N.60 บ้านเด่นสำโรง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 173.5  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 1,550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มลดลง

ส่วนสภาพน้ำท่าด้านเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ที่สถานี N1 หน้าสำนักงานป่าไม้ อ.เมือง จ.น่าน มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 194 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์น้อย  แนวโน้มลดลง

แม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ (C.2) 1,357  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา (C.13) 1,243 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา +15.80 ม.(รทก.)  เขื่อนพระรามหก ปริมาณน้ำไหลผ่าน  23 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แม่น้ำป่าสัก  สถานีวัดน้ำ S.3 บ้านตาลเดี่ยว  อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน  257 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ( ความจุ 188  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)  น้ำท่วม  ล้นตลิ่ง  0.63  เมตร  แนวโน้มเพิ่ม

แม่น้ำชี ที่สถานีวัดน้ำ E.20A   อำเภอมหาชนะชัย   จังหวัดยโสธร  สภาพน้ำท่าอยู่ในเกณฑ์มาก ปริมาณน้ำไหลผ่าน   759.4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ( ความจุ 1,025  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)  ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.82 เมตร (ระดับตลิ่ง 9.50  ม.) แนวโน้มลดลง

แม่น้ำมูล สถานีวัดน้ำ M.6A บริเวณบ้านสตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มีน้ำนอนคลอง  ( ความจุ 496 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)  อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย  แนวโน้มลดลง

แม่น้ำห้วยทับทัน  สถานีวัดน้ำ M.42 บ้านห้วยทับทัน อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีษะเกษ ปริมาณน้ำไหลผ่าน   67.3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ( ความจุ 60  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)  อยู่ในเกณฑ์น้ำท่วม  ล้นตลิ่ง  0.30  เมตร(ระดับตลิ่ง 6.00 ม.)  แนวโน้มลดลง

แม่น้ำมูล  สถานีวัดน้ำ M.7 สะพานเสรีประชาธิปไตย  อ.เมือง  จ.อุบลราชธานี ปริมาณน้ำไหลผ่าน   1,248 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ( ความจุ 1,980 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)  อยู่ในเกณฑ์ปกติ  แนวโน้มลดลง

แม่น้ำแควใหญ่ สถานีวัดน้ำ K.35A บริเวณบ้านหนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 210  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น

แม่น้ำแม่กลอง สถานีวัดน้ำ K.3 หน้าวัดไชยชุมพล  อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อยู่ในเกณฑ์น้ำมาก  ต่ำกว่าตลิ่ง  0.30  เมตร (ระดับตลิ่ง  7.50 ม.)  แนวโน้มเพิ่มขึ้น

 แม่น้ำคลองใหญ่ สถานีวัดน้ำ Z.10 บริเวณบ้านศรีบัวทอง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 55.1ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 499 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น

แม่น้ำจันทบุรี สถานีวัดน้ำ Z.13 บริเวณบ้านปึก อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 37.6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 244 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์ปกติ  แนวโน้มลดลง

แม่น้ำตาปี  สถานีวัดน้ำ X.37 A บริเวณบ้านย่านดินแดง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 198 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 8.68 ม. (ความจุ 490 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับตลิ่ง 10.76 ม.) อยู่ในเกณฑ์ปกติแนวโน้มเพิ่ม

แม่น้ำอู่ตะเภา  สถานีวัดน้ำ X.44 บริเวณบ้านหาดใหญ่ใน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 6.8ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 509 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์น้อย แนวโน้มเพิ่ม

แม่น้ำโกลก  สถานีวัดน้ำ X.119A บริเวณบ้านปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 58.2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ความจุ 384 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อยู่ในเกณฑ์น้อย แนวโน้มเพิ่มขึ้น

5.  สถานการณ์น้ำท่วม  

            จังหวัดเชียงราย  วันที่  11 กันยายน  2550  เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากทำให้เกิดน้ำท่วม  4  อำเภอ ดังนี้.-

-  ปริมาณน้ำในลำห้วยแก่น   ( สาขาแม่น้ำอิง-แม่น้ำโขง )    มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว   ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร  หมู่ที่ 3 บ้านแก่นเหนือ , หมู่ที่ 5  บ้านแก่นใต้ , หมู่ที่ 13 บ้านแก่นนคร , หมู่ที่  11  บ้านแก่น , หมู่ที่  20  บ้านแก่นเจริญ  ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ  0.30 - 0.60  เมตร ระดับน้ำท่วมยังคงทรงตัว

-  ปริมาณน้ำในลำน้ำจัน  มีปริมาณน้ำมากไหลล้นตลิ่งท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎร  หมู่ที่ 5  บ้านสันต้นแหน  และบริเวณสามแยกพหลโยธินเส้นทางอำเภอแม่จัน – อำเภอแม่อาย  ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ  0.10 – 0.20  เมตร

-  ปริมาณน้ำในลำน้ำแม่ต๊าก  ( สาขาแม่น้ำอิง – แม่น้ำโขง ) มีประมาณมากประกอบกับลำน้ำแม่เปา  (ลำน้ำสาขาลำน้ำแม่ต๊าก)  มีปริมาณมากไหลมาสมทบ  ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎร  หมู่ที่ 4  บ้านสบเปา  ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ  0.20 - 0.30  เมตร

            จังหวัดพิษณุโลก  ได้เกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 8-9 กันยายน  2550  บริเวณเทือกเขาในเขต  อ. หล่มสัก  จ. เพชรบูรณ์ และอ. นครไทย  จ. พิษณุโลก  จึงทำให้เกินน้ำป่าไหลหลาก  และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่  โดยเฉพาะ  ต หนองกระท้าว  อ. นครไทยลำน้ำนครคานและลำน้ำสาขาได้ล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร  และไหลข้ามถนนสาย อ. นครไทย  ไปภูหินร่องเกล้า  จำนวน  3  จุด  รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้  ขณะระดับน้ำได้ลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ  รถยนต์สามารถสัญจรไปมาได้  และพื้นที่การเกษตรในเบื้องต้นไม่ได้รับความเสียหาย  สถาณการณ์น้ำท่วมในเขตแม่วังทอง  ขณะนี้ได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว  จะมีน้ำท่วมขังเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำบ้างพื้นที่

            จังหวัดพิจิตร   ปริมาณน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำวังทอง   และ อ.  เนินมะปราง  จ. พิษณุโลก  ไหลเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูก  และชุมชนในเขต  ต.  ท่าฬ่อ  ต. ป่ามะคาบ  ต. บ้านบุ้ง ต.หนองปลาไหล  และต. หัวดง  และ  อ. เมือง แต่ไม่ได้รับความเสียหายเนื่องจากได้ทำการเก็บเกี่ยวหมดแล้ว  ซึ่งโครงการชลประทานพิจิตรได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำ  ทรบ. บ้านบุ้ง และ  ปตร  คลองตัน  เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่แล้ว  คาดว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่สภาวะปกติในวันที่  14  กันยายน  2550

            อ. นครไทย  ได้เกิดฝนตกหนักบริเวณเทือกเขาในเขต  อ.หล่มสัก  จ. เพชรบูรณ์  และ อ. นครไทย  จ.  พิษณุโลก  เมื่อวันที่  8-9  กันยายน  2550  จึงทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก  และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่  โดยเฉพาะ ต.  หนองกะท้าว  อ.  นครไทย  ลำน้ำคานและลำน้ำสาขาได้ล้นตลิ่งแล้วไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและไหลข้ามถนนสาย  อ.นครไทยไปภูหินรองกล้า  จำนวน 3 จุด  จนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้  ขณะนี่ระดับน้ำได้ลดลงเข้าสู่สภาวะปกติแล้วรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และพื้นที่การเกษตรในเบื้องต้นไม่ได้รับความเสียหาย

            แม่น้ำวังทอง  เข้าสู่สภาวะปกติ  ไม่ไหลล้นตลิ่ง  มีน้ำท่วมขังเฉพาะที่ลุ่มต่ำ  รอการระบาย

            แม่น้ำยม  ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณวันละ  10  ซม.  คาดว่าน้ำจะไหลล้นตลิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด  ในอีก  2-3 วันข้างหน้า

จังหวัดสกลนคร  มีน้ำเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ราบลุ่มตามริมตลิ่งในลำน้ำต่างๆ (ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี)เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้  ดังนี้

-     ลำน้ำสงครามตอนบน ในเขต  อ. สว่างดินแดน ลำน้ำยาม  ได้เข้าสู่สภาวะปกติเมื่อวันที่  10  กันยายน  2550

-     ลำน้ำสงครามตอนล่าง ในเขต  อ.บ้านม่วง อ.คำตากล้า สถานการณ์ระดับน้ำลดลง และ อ.อากาศอำนวย     

       สถานการณ์ระดับน้ำเพิ่มขึ้น  เนื่องจากพื้นที่อยู่ท้ายน้ำ

-          ลำน้ำยามในเขต  อ.สว่างแดนดิน  ,อ. ส่องดาว  ได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว  และ  อ.  เจริญศิลป์  , อ. วานรนิวาส  สถานะการณ์ระดับน้ำเริ่มลดลง  และคาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในวันที่  14  กันยายน  2550  หากไม่มีฝนตกมาในช่วงนี้และอ. อากาศอำนวย สถานการณ์ระดับน้ำยังเพิ่งขึ้นและคาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในวันที่ 20 กันยายน 2550

-          ลำน้ำก่ำ ในเขต   อ.โพนนาแก้ว และ อ.โคกศรีสุพรรณ  สถานการณ์แนวโน้มระดับน้ำลดลง    

-          ลำห้วยปลาหาง ได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว และอ.พังโคน สถานการณ์ระดับน้ำเริ่มลดลง  หากไม่มีฝนตกเพิ่มคาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในวันที่ 14 กันยายน 2550

            จังหวัดเลย มีน้ำป่าไหลหลากที่บ้านน้ำพุง อ. ด่านซ้าย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2550 ปัจจุบันเข้าสู่สภาวะปกติและมีน้ำขังในเขต อ. ด่านซ้าย เนื่องจากฝนตกหนัก         บริเวณที่ลุ่มต่ำ คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในวันที่  13  กันยายน  2550  

            จังหวัดหนองคาย  

            ปริมาณน้ำฝนวันที่ 10 กันยายน 2550  ( วัดเช้า วันที่ 11 ) วัดได้ 6 มม. ( สะสม 3 วัน 48 มม. ) ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยทอน สูงกว่าระดับน้ำเก็บกัก 0.38 เมตร ( เพิ่มระดับจากวันที่ 10 กันยายน 2550 เท่ากับ 0.18 เมตร ) Service spillway อัตราการไหล 15 .3 ลบ.ม. / วินาที เนื่องจากเกิดภาวะในตกหนักอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 9  กันยายน 2550  ( 35.1 – 90.0 มม. ) และปริมาณน้ำดังกล่าวได้ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ

            ได้เกิดฝนตกในวันที่  9-  10 กันยายน  2550  ทำให้ปริมาณน้ำในลำห้วยทอน ตอนล่าง ยังคงล้นตลิ่ง การระบายน้ำไม่สามารถระบายน้ำได้ เนื่องจากลำห้วยโมงยังคงมีน้ำเติมความจุ และไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้ ทำให้เกิดภาวะน้ำเอ่อท้น และไหลย้อนกลับเข้าสู่คลองสาขาต่าง ๆ

            พื้นที่น้ำท่วมในเขตชลประทานของโครงการสายห้วยทอนตอนล่าง บริเวณบ้านสาวและบ้านโพธิ์ตาก ต.โพธิ์ตาก กิ่งอ.โพธิ์ตาก เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่เช่นเดิม ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่ได้เพิ่มระดับขึ้นมาใหม่จากปริมาณน้ำที่ไหลย้อยกลับมา

            จังหวัดเพชรบูรณ์   เกิดฝนตก ในวันที่  9  กันยายน  2550  ในเขตอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย  ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงลำห้วยพุงเป็นจำนวนมากเอ่อล้นตลิ่งลำห้วยพุงเข้าท่วมพื้นที่บ้านแก่งโตน  ตำบลนาซำ  ตำบลศิลา และเขตเทศบาล  อำเภอหล่มเก่า  จังหวัดเพรชบูรณ์   ขณะนี้บริเวณที่ได้รับผลกระทบ  ระดับน้ำได้ลดลงเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว  หากไม่มีฝนตกมาเพิ่ม  แต่ปริมาณน้ำลำห้วยพุงที่ผ่านอำเภอหล่มเก่า ไหลเข้าสู่เทศบาล ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น  ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ไหลมาจากจังหวัดเลย เริ่มไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรในเขตอำเภอหล่มสัก

 

 

6. การให้ความช่วยเหลือ

ปัจจุบันกรมชลประทานได้ส่งเครื่องสูบน้ำประจำที่ท่าสูบน้ำเพื่อช่วยเหลืออุทกภัยทั้งประเทศ  จำนวน  121   เครื่อง 

โดยแยกรายจังหวัดได้ดังนี้  เชียงใหม่ 45 เครื่อง  ลำพูน 10 เครื่อง  พิจิตร 1 เครื่อง  มหาสารคาม  1 เครื่อง  นครราชสีมา 1 เครื่อง สระบุรี 2 เครื่อง บุรีรัมย์  1 เครื่อง  ชัยนาท 18 เครื่อง อ่างทอง  5 เครื่อง  นนทบุรี  10 เครื่อง  ปทุมธานี   3 เครื่อง  สุพรรณบุรี  13 เครื่อง  อ่างทอง 5 เครื่อง สมุทรสาคร  2  เครื่อง  นครปฐม  1 เครื่อง  นครศรีธรรมราช  3 เครื่อง 

           

 

 

************************************

 

นายสราญ  ตันติกุล          นายช่างชลประทาน  6                                                                                               รายงาน

                                                ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน                                                                                

นายพรชัย    พ้นชั่ว                      นายช่างชลประทาน 8                                                                              ตรวจ

                                                เลขานุการศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน