ศูนย์ประสานและติดตามสถานการณ์น้ำ
กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โทรศัพท์ 0-2243-6956
โทรสาร 0-2243-6956, 0-2241-3350
Webpage : http://www.rid.go.th/flood , E-mail : flood44@mail.rid.go.th
_____________________________________________________________________________________
สรุปสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2548
วันที่ 15 สิงหาคม 2548
1.
สภาพภูมิอากาศและสภาพฝน

รายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา 06.00 น. วันที่
15 สิงหาคม 2548
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง
แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป สำหรับสภาวะฝนบริเวณภาคเหนือมีปริมาณฝนลดลง
ปริมาณฝนสูงสุดในภาคต่างๆ (ตั้งแต่ 01.00 น. 14 ส.ค.48
ถึง 01.00 น. 15 ส.ค.48) มีดังนี้ คือ
ภาคเหนือ ที่ อ.เมือง จ.แพร่ 45.2 ม.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ อ.เมือง จ.นครพนม 16.1
ม.ม. ภาคกลาง ที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
15.3 ม.ม. ภาคตะวันออก ที่ อ.เมือง จ.จันทบุรี 64.6 ม.ม. ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ที่
อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี 1.1
ม.ม. ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ที่ อ.เมือง จ.ระนอง 2.1 ม.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่คลองสามวา
17.5 ม.ม.
2.สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ
2.1 สภาพลุ่มน้ำที่เกิดน้ำท่วม
จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นที่เคลื่อนตัวผ่านประเทศเวียดนามตอนบน
และลาว ในช่วงวันที่ 11 -13 ส.ค 48 และอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ มีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 13
สิงหาคม 2548 ส่งผลให้เกิดสภาพฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย
ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำต่าง ๆ ดังนี้
2.1.1
ลุ่มน้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ปริมาณฝนวันที่ 12 ส.ค.48 ที่
อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 74.2 ม.ม. อ.แม่สะเรียง วัดได้ 34.8 ม.ม. เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้
อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน น้ำจากลำน้ำปายไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.เวียงเหนือ ต.แม่ฮี้
ต.ทุ่งยาว และน้ำจากลำห้วยม่วงกร ไหลเข้าท่วมบริเวณตลาดแสงทองอร่าม ต.เวียงใต้
อ.ปางมะผ้า น้ำจากลำน้ำลางไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.แม่ละนา
และกระแสน้ำหลากจากน้ำรินท่วมพื้นที่ ต.สบป่อง
และทำให้เส้นทางสันจรขาด
อ.เมือง กระแสน้ำไหลหลากของลำน้ำปาย
และลำน้ำแม่สะงา ทำให้น้ำไหลเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านกุงไม้สัก
ต.ปางหมู
สภาพน้ำท่วม
ในเขต อ.ปาย อ.ปางมะผ้า อ.เมือง
ระดับน้ำท่วมลดลงอย่างต่อเนื่อง
คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติใน 1-2 วันนี้
2.1.2 ลุ่มน้ำกก จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2548 ได้เกิดฝนตกหนัก
ที่ ฝายโป่งนก อ.เวียงป่าเป้า
161.5 ม.ม. ที่ว่าการอำเภอเทิง 70.0 ม.ม. เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎร
ในเขตพื้นที่
อ.พาน อ.แม่สรวย
อ.เวียงป่าเป้า แนวโน้มปริมาณน้ำในแม่น้ำกก
แม่น้ำลาว แม่น้ำอิง มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น โครงการชลประทานจังหวัดเชียงรายได้ประสานกับทางจังหวัด
ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย องค์การปกครองท้องถิ่น เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

2.1.3
ลุ่มน้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2548 ได้เกิดฝนตกหนักที่ บ้านม่วงป๊อก อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ 79.2
ม.ม. อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 200.3 ม.ม. ฝายแม่แฝก อ.แม่แตง 115 ม.ม. ฝายแม่แตง
อ.แม่แตง 125.5 ม.ม. สำนักชลประทานที่ 1 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 40.7 ม.ม.
จากปริมาณฝนที่ตก ทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านฝายแม่แตงสูงสุด 350 ลบ.ม./วินาที ฝายแม่แฝกสูงสุด 95 ลบ.ม./วินาที มีปริมาณน้ำในลำน้ำปิงสูงสุด ประมาณ 300
ลบ.ม./วินาที มีปริมาณน้ำไหลผ่านบ้านแม่แตง อ.สันทราย (สถานี
P.67) สูงสุด ประมาณ 650 ลบ.ม./วินาที และไหลมาถึง สะพานนวรัฐ
อ.เมือง จ.เชียงใหม่(สถานี P.1) สูงสุดประมาณ 660 ลบ.ม./วินาที ทำให้เกิดน้ำท่วมในตัวเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ เวลา 04.00 น. (14
ส.ค.48) โดยมีน้ำท่วมในตัวเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ถนนไนท์พลาซ่า ถึงสนามบินเชียงใหม่ ทั้ง 6 โซน น้ำท่วมสูงประมาณ
0.60-0.80 ม.(ตามแผนที่ด้านล่าง) ขณะนี้ (09.00 น. 15 ส.ค.48) ระดับน้ำที่แม่น้ำปิง
บริเวณสะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีระดับ +7.42
ม.(รทก) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 692 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มระดับน้ำลดลงชั่วโมงละ
3 เซนติเมตร คาดว่าระดับจะอยู่ที่ระดับตลิ่งใน วันที่ 16 ส.ค. 48 เวลาประมาณ 15.00
น.
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนแม่งัด เขื่อนแม่กวง มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างตั้งแต่วันที่ 11 14 ส.ค. 48 จำนวน 97, 52 และ
24 ล้าน
ลบ.ม. ตามลำดับ จากสภาพฝนที่ตกหนักที่ผ่านมา
คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเขื่อนภูมิพล เขื่อนแม่งัด เขื่อนแม่กวง
รวมประมาณ 350 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้กรมชลประทานโดยศูนย์อุทกวิทยาและบริหารจัดการน้ำภาคเหนือตอนบน
โครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้แจ้งเตือนทางจังหวัดเชียงใหม่
และศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยด้านการเกษตร แล้วตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.48 และได้เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด 6-12 นิ้ว
จำนวน 80 เครื่อง ไว้คอยให้การช่วยเหลือสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง
2.1.4 ลุ่มน้ำวัง จังหวัดลำปาง จากที่เกิดฝนตกหนักในช่วงวันที่ 12-13 สิงหาคม
2548 ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอต่างๆ ดังนี้
อ.วังหนือ น้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ในเขต ต.วังเหนือ
ต.วังทอง ต.วังซ้าย และบริเวณตามแนวรอยต่อระหว่าง อ.วังเหนือ กับ จ.พะเยา
อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย
อ.เมืองปาน น้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 2, 5 และ 6 ต.หัวเมือง
พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย สะพานขาด 1 แห่ง ฝายราษฎร 3 แห่ง
มีดินถล่มทับถนนภายในหมู่บ้าน และตลิ่งลำน้ำสอยพังทลายที่บ้านทุ่งยาง หมู่ที่ 6
อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย
อ.แจ้ห่ม
น้ำในลำน้ำสอยเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมไร่นา และสะพานไม้ขาด 2 แห่ง
สภาพน้ำท่วม ในเขต อ.วังเหนือ
อ.เมืองปาน อ.แจ้ห่ม ระดับลดลงและเข้าสู่สภาะวะปกติแล้ว
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลม มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างตั้งแต่วันที่ 11 14 ส.ค. 48 จำนวน 34 ล้าน
ลบ.ม. จากสภาพฝนที่ตกหนักที่ผ่านมา
คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเขื่อนกิ่วลม
ประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม.
2.1.5 ลุ่มน้ำน่าน จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 12 ส.ค.48 ได้เกิดฝนตกหนักในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
(84.5 ม.ม.)
อ.ทุ่งช้าง(141.3 ม.ม.)
อ.เชียงกลาง(98.6 ม.ม.) อ.ปัว (159.6 ม.ม.)
อ.ท่าวังผา(118.0 ม.ม.) อ.สองแคว จ.น่าน (172.9 ม.ม.) และในเขต อ.เมือง (65.8
ม.ม.) และวันที่ 13 ส.ค.48
ปริมาณฝนตกได้ลดน้อยลง โดยมีฝนตกมากที่สุดที่ อ.นาน้อย จ.น่าน วัดได้ 50.0
ม.ม. ขณะนี้ (14 ส.ค.48) ปริมาณน้ำไหลผ่าน สถานีวัดน้ำ N.64 อ.ท่าวังผาสูงสุด
1,230 ลบ.ม./วินาที และที่สถานีวัดน้ำ N.1 อ.เมือง
จ.น่าน สูงสุด 1,474 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 7.22
ม.
ทำให้เกิดน้ำท่วมในเขตตัวเมืองน่าน บริเวณริมตลิ่ง สูงประมาณ 0.20-0.30 ม.
ส่วนในเขต กิ่ง อ.ภูเพียง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเทศบาลเมืองน่านมีน้ำท่วมสูงประมาณ
0.70-1.00 ม. กิ่ง อ.ภูเวียงขยายบริเวณน้ำท่วมใน
ต.ฝายแก้ว ต.ม่วงตึ๊ด และขยายไปถึง ต.ท่าน้าว
ต.เมืองจัง
ระดับน้ำได้ลดลงและเข้าสู่สภาวะปกติแล้วเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 48
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์
มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างตั้งแต่วันที่ 11 14 ส.ค. 48 จำนวน 252 ล้าน
ลบ.ม. จากสภาพฝนที่ตกหนักที่ผ่านมา
คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเขื่อนสิริกิติ์
ประมาณ 500 ล้าน ลบ.ม.
2.2 สภาพลุ่มน้ำที่เกิดการขาดแคลนน้ำ
ปริมาณฝนสะสมในภาคต่างๆ
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 -14 สิงหาคม 2548 ปริมาณฝนสะสมทุกภาคอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าค่าเฉลี่ย
ยกเว้นภาคเหนือมีปริมาณฝนสะสมสูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 3
โดยมีปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศน้อยกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวร้อยละ 10
ทำให้ต้องมีพื้นที่จะต้องเฝ้าระวัง 4 ลุ่มน้ำ
2.2.1
ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ใน จ.นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี
อ่างทอง อยุธยา สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ มีปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -14
สิงหาคม 2548 น้อยกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 6 สภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
มีปริมาณน้ำไหลผ่านบริเวณ จ.นครสวรรค์ 322 ม.3/วิ. ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา +14.64 ม.(รทก.) ลดลงจากวันก่อน 0.16 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 45 ม.3/วิ. เขื่อนพระรามหกปิดการระบาย
สำหรับอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำในอ่างอยู่ในเกณฑ์น้อย
ได้แก่ อ่างฯทับเสลา ปัจจุบันส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้หมู่บ้านเพชรน้ำผึ้ง
เดือนละ 480,000 ลบ.ม. ไม่ได้ส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูฝน
แต่เกษตรได้ทำการเพาะปลูกข้าวนาปีประมาณ 79,800 ไร่ (พื้นที่ชลประทานทั้งหมด
143,500 ไร่)โดยใช้น้ำจากน้ำบาดาลใต้ดิน และน้ำฝน และอ่างฯกระเสียว
โดยปัจจุบันอ่างฯกระเสียวมีปริมาตรน้ำในอ่าง 30 ล้าน ลบ.ม.
หรือคิดเป็นร้อยละ 13 ของความจุอ่างฯทั้งหมด
ซึ่งต่ำกว่าความจุที่ระดับเก็บกักต่ำสุด (dead
storage 40 ล้าน ลบ.ม.)
ต้องใช้กาลักน้ำส่งน้ำในอัตรา 0.02 ล้าน ลบ.ม.
สามารถช่วยเหลือการอุปโภคบริโภคใน อ.สามชุก อ.หนองหญ้าไซ อ.ด่านช้าง และการประปา
อ.ด่านช้าง
2.2.2 ลุ่มน้ำมูล ครอบคลุมพื้นที่ใน
จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.อุบลราชธานี จ.นครราชสีมา จ.มหาสารคาม
จ.ยโสธร จ.ขอนแก่น จ.ร้อยเอ็ด จ.ศรีสะเกษ และ
จ.อำนาจเจริญ พื้นที่ส่วนใหญ่มีปริมาณฝนตกอยู่ในเกณฑ์น้อย
โดยมีปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -14 สิงหาคม 2548
น้อยกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 10
สภาพน้ำในแม่น้ำมูลยังอยู่ในเกณฑ์น้อย
สำหรับอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำในอ่างอยู่ในเกณฑ์น้อย ได้แก่
อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง
และอ่างฯลำตะคอง สำหรับอ่างฯลำตะคอง
ปัจจุบันมีปริมาตรน้ำในอ่างฯ จำนวน 32 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 10
ของความจุอ่างฯทั้งหมด
มีการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคอย่างเดียว วันละ 330,000 ลบ.ม. หากสถานการณ์น้ำฝนน้ำท่ายังคงมีน้อยอยู่เช่นนี้จะสามารถสนับสนุนการใช้น้ำได้ถึงเดือนตุลาคม
48 (ระดับน้ำจะอยู่ที่ระดับเก็บกักต่ำสุด) ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองได้มีการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน เกษตรกร และ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง รับทราบสถานการณ์เป็นระยะๆ
และทางจังหวัดนครราชสีมาได้เชิญประชุมร่วมหารือแนวทางเตรียมความพร้อมป้องกันแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำไว้ล่วงหน้า
โดยประสานกับสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรให้เร่งปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในอ่างฯ ชลอการเพาะปลูกข้าวนาปีจนกว่าจะมีฝนตกมากเพียงพอ ซึงขณะนี้ได้ทำการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว
60,000 ไร่ บริเวณใกลลำตะคอง
ลำบริบรูณ์ (พื้นที่ชลประทานทั้งหมด164,000 ไร่)
โดยอาศัยน้ำฝนที่ตกในช่วงที่ผ่านมา
และประหยัดการใช้น้ำเพื่อสงวนรักษาน้ำที่เหลือไว้สำหรับการประปาและอุปโภคบริโภคของราษฎร
ส่วนอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง
ปัจจุบันสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคประปาปักธงชัย ประปาโชคชัย
และเทศบาลตำบลตะขบ ใช้น้ำรวมทั้งหมด 400,000 ลบ.ม./เดือน
มีการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว 27,000 ไร่ โดยใช้น้ำฝน
และจะเริ่มส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกในวันที่ 17 สิงหาคม 2548 โดยมีข้อตกลงกับเกษตรกรว่า
ถ้าในอนาคตไม่มีฝนตก ไม่มีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง จะหยุดส่งน้ำปลายเดือนกันยายน 2548
และปริมาณน้ำในอ่างที่เหลือจะสงวนไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคอย่างเดียวเท่านั้น
2.2.3 ลุ่มน้ำชายทะเลฝั่งตะวันออก ครบคลุมพื้นที่ใน จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี
จ.ตราด สภาพฝนโดยทั่วไป
มีฝนตกกระจายทั้งลุ่มน้ำ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในเขต จ.ตราด
สภาพน้ำในแม่น้ำระยองยังอยู่ในเกณฑ์น้อย
สำหรับอ่างเก็บน้ำดอกกราย และหนองปลาไหล
มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯทั้งสองรวมกันในเดือนมิถุนายน 2548 จำนวน 0.14 ล้าน ลบ.ม./วัน และในเดือนกรกฎาคม 2548 จำนวน 0.22
ล้าน ลบ.ม./วัน ปัจจุบัน (15
ส.ค.48) มีปริมาตรน้ำในอ่างฯทั้งสองรวมกัน
จำนวน 17.76 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณการใช้น้ำวันละ 0.41
ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯทั้งสองรวมกันวันละ 0.16 ล้านลบ.ม.
แนวทางแก้ไขปัญหาน้ำในภาคตะวันออกที่กำลังดำเนินการอยู่
· ขุดเจาะน้ำบาดาล พื้นที่เขาชีโอน
เขาชีจรรย์
รอบอ่างฯดอกกราย บริเวณ ต.ทับมา
· ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำคลองหลวง
· วางท่อผันน้ำคลองทับมา-คลองน้ำหู-นิคมอุตสาหกรรม
ส่งน้ำได้ 100,000 ลบ.ม./วัน
· วางท่อผันน้ำแม่น้ำระยอง-เชื่อมต่อระบบท่อดอกกราย-มาบตาพุด
ส่งน้ำได้ 100,000 ลบ.ม./วัน
· วางท่อผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำดอกกราย-อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ส่งน้ำได้ 40 ล้าน ลบ.ม./ปี
· วางท่อส่งน้ำจากแม่น้ำบางปะกง-อ่างฯบางพระ
ส่งน้ำได้ 50 ล้านลบ.ม./ปี(420,000 ลบ.ม./วัน)
·
วางท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระ-การประปาชลบุรี-การประปาพัทยา ส่งน้ำได้ 18.5 ล้านลบ.ม./ปี
2.2.4
ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ใน จ.ระนอง จ.พังงา
จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.ตรัง จ.นครศรีธรรมราช
และ จ.สตูล
จากสภาพฝนในจังหวัดภูเก็ตที่มีปริมาณน้อย ทำให้สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำบางวาดมีปริมาตรน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย
ปัจจุบัน (15 ส.ค. 48) มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 0.52 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 7.1
ของความจุอ่างฯ มีการใช้น้ำวันละ 22,000 ลบ.ม. (ประปาภูมิภาค 12,000 ลบ.ม /วัน , ประปาเทศบาล 10,000 ลบ.ม. /วัน)
ปริมาตรน้ำในอ่างสามารถสนับสนุนการใช้น้ำประปาได้จนถึงปลายเดือนสิงหาคม 2548 นี้
โดยมีการเตรียมความพร้อมที่จะนำน้ำส่วนที่อยู่ต่ำกว่าระดับเก็บกักต่ำสุดมาใช้
แนวโน้มปริมาณฝนตกมากขึ้นจากการรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ปริมาณฝนที่
จ.ภูเก็ต เดือนสิงหาคม 48 จะมีปริมาณฝนประมาณ 360 410 มม. ฝนตก 19 23 วัน
ทั้งนี้โครงการชลประทานภูเก็ตได้แจ้งให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้ว
และได้ประชุมวางแผนใช้น้ำจากแหล่งอื่นให้ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2548 พร้อมประสานกับสำนักฝนหลวงเตรียมการจัดทำฝนหลวงหากยังไม่มีฝนตกในช่วงกลางเดือนนี้และจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำกรณีมีการร้องขอ
_____________________________