+1 ศูนย์ประสานและติดตามสถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โทรศัพท์ 0-2243-6956 โทรสาร 0-2243-6956, 0-2241-3350
Webpage : http://www.rid.go.th/flood , E-mail : flood44@mail.rid.go.th
_________________________________________________________
สรุปสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนปี
2549
วันที่ 22 สิงหาคม
2549
1.สภาพภูมิอากาศ

ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบนประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนตก ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อนึ่ง สภาวะน้ำท่วมจากลุ่มน้ำน่านที่อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมือง จังหวัดน่าน จะไหลเข้าท่วมอำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่นในระยะ 1-2 วันนี้ ขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำและพื้นที่ใกล้เคียงระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมสูงมากกว่าปกติในระยะนี้ไว้ด้วย
2. สภาพฝน
ปริมาณฝนวันที่ 21 ส.ค. 49(ฝนภาษาอังกฤษ) ที่อยู่ในเกณฑ์ฝนตกหนัก มีดังนี้
จ.เพชรบูรณ์
อ.หล่มสัก 36.3 มม.
จ.นครพนม 72.1 มม.
จ.อุบลราชธานี 42.9 มม.
จ.สุรินทร์ 57.8 มม.
จ.ร้อยเอ็ด อ.กำมลาศัย 35.8
มม.
3. สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ
สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ (22 ส.ค.49 ) มีปริมาตรน้ำในอ่างฯทั้งหมด 52,069 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯทั้งหมด
มากกว่าปี 2548 (42,101 ล้านลูกบาศก์เมตร ) จำนวน
9,968 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของความจุอ่างฯทั้งหมด
อ่างเก็บน้ำภูมิพล (22 ส.ค.49) มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 9,730 ล้าน ลบ.ม.(รับได้อีก 3,732 ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 72 ของความจุอ่างฯทั้งหมด
อ่างเก็บน้ำสิริกิติ์ (22 ส.ค.49) มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 6,587 ล้าน ลบ.ม.(รับได้อีก 2,923 ล้านลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุอ่างฯทั้งหมด
อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน (22 ส.ค.49) เขื่อนแก่งกระจาน ปัจจุบันมีปริมาตรน้ำ 722.68 ล้าน ลบ.ม.(101.79%) มีการระบายน้ำ จำนวน 104.00 ลบ.ม./วินาที ล้นทางระบายน้ำล้น 15.33 ลบ.ม./วินาที (ล้น 0.28 ม.) และระบายน้ำโดยวิธีกาลักน้ำได้ 3.30 ลบ.ม./วินาที (วางท่อ 10 แถว) รวมระบายน้ำทั้งหมด จำนวน 122.63 ลบ.ม./วินาที เพื่อให้มีน้ำเหลือในอ่างฯประมาณ
71 % ของความจุอ่าง ในช่วงต้นเดือนตุลาคม เพื่อรอรับน้ำหลากในช่วงฝนชุก สำหรับสภาพน้ำท่าที่สถานี บ้านสองพี่น้อง (B.3A) บริเวณท้ายเขื่อนแก่งกระจาน มีระดับน้ำ 2.96 ม.ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.42 ม. ที่เขื่อนเพชร ปัจจุบันมีการระบาย 108.00 ลบ.ม./วินาที
4. สภาพน้ำท่า
แม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับน้ำหน้าเขื่อน +16.40 ม.(รทก.)
โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 422 ลบ.ม./วินาที
แม่น้ำโขง
สภาพน้ำท่าในลำน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แม่น้ำชี สภาพน้ำท่าในลำน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้อย
แม่น้ำมูล
สภาพน้ำท่าในลำน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์น้อย
แม่น้ำปราจีนบุรี สภาพน้ำท่าในลำน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แม่น้ำเพชรบุรี เขื่อนแก่งกระจาน ปัจจุบันมีปริมาตรน้ำ 722.68 ล้าน ลบ.ม.(101.79%) มีการระบายน้ำ จำนวน
104.00 ลบ.ม./วินาที ล้นทางระบายน้ำล้น 15.33 ลบ.ม./วินาที
(ล้น 0.28 ม.) และระบายน้ำโดยวิธีกาลักน้ำได้ 3.30 ลบ.ม./วินาที (วางท่อ
10 แถว) รวมระบายน้ำทั้งหมด จำนวน 122.63 ลบ.ม./วินาที เพื่อให้มีน้ำเหลือในอ่างฯประมาณ 71 % ของความจุอ่าง ในช่วงต้นเดือนตุลาคม เพื่อรอรับน้ำหลากในช่วงฝนชุก สำหรับสภาพน้ำท่าที่สถานี บ้านสองพี่น้อง (B.3A) บริเวณท้ายเขื่อนแก่งกระจาน มีระดับน้ำ 2.96 ม.ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.42 ม. ที่เขื่อนเพชร ปัจจุบันมีการระบาย 108.00 ลบ.ม./วินาที
5. สถานการณ์น้ำท่วม
จังหวัดเชียงราย ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง วันที่
20 ส.ค.49 ทำให้เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ
ดังนี้
กิ่ง อ.ดอยหลวง ยังคงมีน้ำท่วมขัง 3 ตำบล ต.ปลงน้อย ต.หนองป่ากอ ต.โชคชัย ระดับน้ำสูงประมาณ
0.30-0.50 ม.คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติใน 1-2 วันนี้
อ.แม่สาย น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้าน
ต.เวียงผาคำ (หมู่ที่ 7) ระดับน้ำสูงประมาณ
0.10-0.30 ม. คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในวันนี้
จังหวัดน่าน ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 18-19 ส.ค. 49 โดยมีปริมาณฝน
วันที่ 18 ส.ค.2549 ที่ อ.ท่าวังผา 37.0 มม. อ.ทุ่งช้าง 43.9 มม. อ.ปัว 48.5 มม. อ.บ้านหลวง 90.0 มม. อ.บ่อเกลือ 61.9 มม. และปริมาณฝนวันที่ 19 ส.ค.2549 ที่ อ.เมือง 65.6 มม. อ.ท่าวังผา 81.1 มม. อ.ทุ่งช้าง 259.0 มม. อ.ปัว 103.5 มม. อ.เชียงกลาง 148.5 มม. อ.บ้านหลวง 55.2 มม. อ.บ่อเกลือ 177.9 มม. กิ่ง
อ.ภูเพียง 50.8 มม. อ.สันติสุข 60.0 มม. ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเริ่มล้นตลิ่ง
ไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มริมน้ำในพื้นที่ 9 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อ.บ่อเกลือ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ทุ่งช้าง อ.เชียงกลาง อ. ท่าวังผา อ.สองแคว อ.ปัว อ.เมือง อ.บ้านหลวง และ
กิ่ง อ.ภูเพียง ระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่บ้านผาขวาง
อ.เมือง จ.น่าน(N.64) เริ่มล้นตลิ่ง เวลา 13.00 น.ของวันที่ 20 ส.ค.2549 โดยมีระดับน้ำ 13.21 ม. (ระดับตลิ่ง 13.20 ม.) สถานการณ์น้ำที่บ้านผาขวาง (N.64) อ.ท่าวังผา ระดับน้ำเริ่มลดลง เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 21 ส.ค.2549
ส่วนในเขตเทศบาลเมืองน่าน บริเวณสำนักงานป่าไม้เขต อ.เมืองน่าน (N.1) ระดับน้ำเริ่มล้นตลิ่งฝั่งซ้าย เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 20 ส.ค.2549 ระดับน้ำสูง 7.12 ม.(ระดับตลิ่งฝั่งซ้าย 7.00 ม.) และเริ่มล้นตลิ่งฝั่งขวา
เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 20 ส.ค.2549 ระดับน้ำสูง 7.39 ม. (ระดับตลิ่งฝั่งขวา 7.30 ม.) โดยมีระดับน้ำสูงสุดที่ 8.42 ม.(เวลา 14.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค.49) และระดับน้ำเริ่มลดลง เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค.2549 และเมื่อเวลา 07.00น. ของวันที่ 22 ส.ค.49 ระดับน้ำอยู่ที่ 8.10 ม. ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องชั่วโมงละ 0.05 ม. ปริมาณน้ำจำนวนน้ำจะไหลลงไปที่ อ.เวียงสา เริ่มท่วมบริเวณริมตลิ่งลำน้ำน่านใน อ.เวียงสาเช้าวันที่ 22 ส.ค.49 คาดว่าในเย็นวันที่ 22 ส.ค.49 ระดับน้ำที่ อ.เวียงสา จะสูงประมาณ 1.00 ม. และไหลไปลงเขื่อนสิริกิติ์ ต่อไป (เขื่อนสิริกิติ์ยังรับน้ำได้อีกประมาณ 3,000 ล้าน ลบ.ม.)โดยไม่มีผลกระทบต่อ อ.นาน้อย และ อ.นาหมื่น หากไม่มีฝนตกมาเพิ่มอีก คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติในเย็นวันที่ 23 ส.ค.2549
ทั้งนี้กรมชลประทานได้แจ้งเตือนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แจ้งเตือนประชาชนได้ทราบล่วงหน้าก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วมแล้วและนำเครื่องสูบน้ำเข้าไปติดตั้งสูบระบายน้ำ 1 เครื่อง
รถยก 1 คัน และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำไว้คอยช่วยเหลืออีก 14 เครื่อง
จังหวัดพะเยา ได้เกิดฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 18
ส.ค.49
ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร 3 อำเภอ 20 ตำบล บริเวณที่ราบลุ่มริมแม่น้ำในพื้นที่
อ.เชียงคำ อ.ปง และ อ.เชียงม่วน
ทางจังหวัดพะเยาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้าพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
6. การให้ความช่วยเหลือ
กรมชลประทานได้จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อให้ความช่วยเหลือในฤดูฝน 2549 ดังนี้ เครื่องสูบน้ำ จำนวน 1200 เครื่อง แยกเป็น สำหรับแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จำนวน 657 เครื่อง สำหรับช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในช่วงฤดูฝน จำนวน 543 เครื่อง และ รถยนต์บรรทุกน้ำ จำนวน 295 คัน
โดยในส่วนของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ได้จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือไว้ช่วยเหลือ ดังนี้ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 657 เครื่อง รถนาค 28 คัน เรือนาค 12 ลำ เครื่องผลักดันน้ำ 110 เครื่อง รถขุด 102 คัน เรือขุด 9 ลำ รถแทรกเตอร์ 28 คัน และ รถบรรทุก 70 คัน
ปัจจุบันได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศรวม200 เครื่อง ได้ส่งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อช่วยผลักดันน้ำทะเลที่ จ.เพชรบุรีจำนวน 14 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.ชุมพร 19 เครื่อง และจังหวัดน่าน 15 เครื่อง
_________________________________