![]() |
สถานการณ์น้ำและผลการดำเนินงานของกรมชลประทานตลอดปี
2559
กรมชลประทาน สรุปผลการดำเนินการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆตลอดปี 2559 ย้ำแม้จะผ่านพ้นวิกฤตแล้งปีที่ผ่านมา และในปีนี้จะมีน้ำเพียงพอใช้ แต่ยังคงต้องร่วมแรงร่วมใจกันประหยัดน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำและดำเนินการตามมาตรการต่างๆ เพื่อการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในภาวะวิกฤตภัยแล้ง ปี 2558/2559 และฤดูน้ำหลากปี 2559 สรุปพอสังเขปได้ ดังนี้
ในช่วงฤดูแล้งปี 2558/59 ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศรวมกัน ณ วันที่ 1 พ.ย. 58 มีปริมาณทั้งสิ้น 20,035 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทาน ได้วางแผนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งไว้ 11,420 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับสนับสนุนการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศและอื่น การเกษตร และอุตสาหกรรม ผลการใช้น้ำเมื่อสิ้นสุดฤดูแล้ง(30 เม.ย. 59) มีการใช้น้ำไปทั้งสิ้น 11,526 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ และมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศรวม 3.51 ล้านไร่ นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือภัยแล้งรวมทั้งสิ้น 420 เครื่อง ในพื้นที่ 54 จังหวัด
ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ในช่วงฤดูแล้งปี 2558/59 ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง จำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำต่างๆอย่างรัดกุม เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งมีหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง และกรมชลประทานได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาจนสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น อาทิ การส่งน้ำเข้าสู่คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง การแก้ไขปัญหาความเค็มคลองจินดา การแก้ไขปัญหาประปาภูมิภาคจังหวัดพะเยา การแก้ไขปัญหาประปาจังหวัดนครราชสีมา การบริหารจัดการน้ำบึงสีไฟจังหวัดพิจิตร และการแก้ไขปัญหาสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการจัดจ้างแรงงานในช่วง ฤดูแล้ง ตามมาตรการจ้างแรงงานเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยได้มีการจ้างแรงงานรวมทั้งสิ้น 146,677 คน ทำให้มีงบประมาณในการจ้างแรงงานเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 3,000 ล้านบาท
ต่อเนื่องมาจนเข้าสู่ฤดูฝนปี 2559 กรมชลประทาน ได้วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูฝน ทั้งประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 11,754 ล้านลูกบาศก์เมตร และเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน พบว่าได้มีการใช้น้ำไปทั้งสิ้น 11,893 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการเพาะปลูกข้าวนาปีมีพื้นที่ปลูกรวม 14.94 ล้านไร่
ในส่วนของการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ นั้น กรมชลประทาน ได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำและวางมาตรการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ จนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของประชาชนได้เป็นอย่างมาก อาทิ การจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมเพื่อป้องกันอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย การแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยา การแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดเพชรบุรี และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้รวม 10 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส การกำจัดวัชพืช จำนวนทั้งสิ้น 4,771,761 ตัน คิดเป็น 59,647 ไร่ โดยได้มีการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 587 เครื่อง ในพื้นที่ 38 จังหวัด
สรุปผลการใช้น้ำและการเพาะปลูกพืชตลอดปี 2559 มีการจัดสรรน้ำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น ประมาณ 23,419 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่เพาะปลูกรวมทั้งสิ้น 18.45 ล้านไร่ และได้มีการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย รวมทั้งหมด 1,007 เครื่อง(จากเครื่องสูบน้ำที่ได้จัดเตรียมไว้ทั้งหมด 1,900 เครื่อง)
สำหรับในช่วงฤดูแล้งปี 2559/60 นี้ กรมชลประทาน ได้วางแผนการจัดสรรน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำทั้งประเทศ ตามมาตรการจัดการน้ำแบบยั่งยืน โดย ณ วันที่ 1 พ.ย. 59 มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 28,837 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้วางแผนการใช้น้ำตลอดฤดูแล้งรวมทั้งสิ้น 17,661 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับสนับสนุนการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และการเกษตร ปัจจุบัน(27 ธ.ค. 59) มีการใช้น้ำไปแล้ว 5,892 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 33 ของแผนฯ ส่วนผลการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศ(ณ 21 ธ.ค. 59) มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า 2.99 ล้านไร่ จากแผนที่ได้วางไว้ 3.91 ล้านไร่ และมีเครื่องสูบน้ำที่ส่งเข้าไปสนับสนุนการใช้น้ำในฤดูแล้งทั่งประเทศแล้วรวม 35 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา นอกจากกรมชลประทาน จะได้บริหารจัดการน้ำทั้งในภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วมแล้ว ยังได้มีการพัฒนาและปรับปรุงงานด้านชลประทานอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย จนทำให้มีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มมากขึ้นกว่า 206.74 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มมากขึ้นกว่า 332,259 ไร่ และมีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงระบบส่งน้ำเพิ่มมากขึ้น 1,218,520 ไร่(227 โครงการ) มีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 50,333 ครอบครัว
นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้สนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดหาน้ำให้กับพื้นที่อื่นๆ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ การสนับสนุนแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐทั่วประเทศ จำนวน 66 แปลง แล้วเสร็จ 48 แปลง สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรคิดเป็นพื้นที่กว่า 95,128.50 ไร่ ,การสนับสนุนโครงการศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) จำนวน 882 ศูนย์ โดยการให้ความรู้ด้านการใช้น้ำและจัดทำข้อมูลด้านการชลประทานประจำศูนย์ และการให้ความรู้เรื่องการทำนาแบบเปียกสลับแห่งอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ส.ป.ก. ในปี 2559-2560 นั้น กรมชลประทาน ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำระบบชลประทานในพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งได้ยืดคืนและจัดสรรให้กับราษฎรที่ไม่มีที่ทำกิน ในเขตพื้นที่จังหวัดต่างๆ อาทิ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา เป็นต้น
*****************************************
กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
28 ธันวาคม 2559